พบมากในเด็กอายุน้อยกว่า 1-2 ปี แต่สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ
อาการ
1. ปวดหู ในเด็กบางครั้งไม่สามารถบอกว่าปวดหู
2. การได้ยินลดลง ในเด็กมักจะมาด้วยเรื่อง พูดไม่เชื่อฟัง
การเรียนที่แย่ลง
3. หูอื้อ (เหมือนมีเสียงในหูและการได้ยินเสียงเปลี่ยนไป)
สาเหตุโดยตรง
จากการติดเชื้อของทางเดิน
หายใจส่วนบนเช่น
เยื่อบุลำคออักเสบ ต่อมอดินอยด์เสบ
ไซนัสอักเสบ ไข้หวัดแล้วทำให้มีการติดเชื้อโรคชนิดแบคทีเรียภายในหูชั้นกลาง
สาเหตุเสริม
1. ภาวะภูมิแพ้ เช่นโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อากาศ
2. การติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยๆ เช่น เด็กในสถานเลี้ยงเด็ก
เด็กในโรงเรียน เป็นต้น
3. บุหรี่ การสูบบุหรี่ภายในครอบครัว ( พ่อ หรือ แม่
สูบบุหรี่ ) ทำให้เกิดอุบัติการเกิดโรคมากขึ้น
4. มลภาวะทางอากาศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
การรักษา
1. หลีกเลี่ยงสาเหตุเสริมที่กล่าวแล้วข้างต้น
2. ได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและได้รับยาปฎิชีวนะที่เหมาะสมภายในช่วงเวลาที่พอเหมาะ
3.
ในกรณีที่รักษาโดยยาตามที่แพทย์สั้งแล้วยังคงมีน้ำขังหลังแก้วหูจะต้องรักษา
โดยการผ่าตัดเจาะแก้วหูและใส่
Myringotomy tube
เพื่อระบายน้ำออกจากหูชั้นกลางและปรับความดันระหว่างหูชั้นกลางและหูชั้นนอก ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดใส่ Myringotomy tube 1. มีน้ำขังหลังแก้วหูเป็นเวลามากกว่า 12 สัปดาห์ 2. รักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมแล้วน้ำไม่ลดลงภายใน 4 สัปดาห์ 3. หูชั้นกลางอักเสบร่วมกับมีการแฟบลงของแก้วหู (Otitis Media With Atelectasis or Retraction Pocket ) 4. การได้ยินลดลงมาก (Severe Conductive Hearing Loss) 5. หูชั้นกลางอักเสบที่เริ่มจะกลายเป็นชนิดร้ายแรง(Impending Cholesteatoma) 6. ในกรณีที่พบในรายที่มีเพดานโหว่ Cleft Palate
7. ในกรณีที่ผป.มีการติดเชื้อในหูชั้นกลางบ่อยๆ (Otitis M edia prone)
การป้องกัน
1. หลีกเลี่ยงสาเหตุเสริมที่กล่าวแล้วข้างต้น
เช่น สูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ ฯลฯ
2. ในกรณีที่ผป.มีโรคภูมิแพ้ควรจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
3. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเช่น ทานอาหาร ผักผลไม้ครบทุกอย่าง
และออกกำลังกายสม่ำเสมอ |