คำถามที่แพทย์ หู คอ จมูก
ได้รับบ่อยจากพ่อแม่ เมื่อลูกของท่านเป็นไซนัสอักเสบ
คำถามที่แพทย์
หู คอ จมูก ได้รับบ่อยจากพ่อแม่เมื่อลูกของท่านเป็นไซนัสอักเสบ
1.ไซนัส (Sinuses) คือ
อะไร และมีทำหน้าที่อะไรบ้าง ?
ไซนัสคือโพรงอาการที่อยู่ภายในกะโหลกกศรีษะบริเวณส่วนใบหน้า
มีทั้งหมด 4 คู่
คู่ที่ 1 อยู่บริเวณโหนกแก้มท้ายจมูก
คู่ที่ 2 อยู่บริเวณหัวคิ้วระหว่างลูกตา
คู่ที่ 3 อยู่บริเวณหน้าผาก เรียกว่า
คู่ที่ 4 อยู่บริเวณส่วนกลางกะโหลกศีรษะเชื่อว่ามีดังนี้
1.ทำให้กะโหลกศีรษะมีน้ำหนัก
2.ช่วยให้เกิดความก้องกังวาลของเสียง
3.บางคนเชื่อว่าในการปรับอุณหภูมิและความชื้นให้กับอากาศก่อนเข้าสู่ปอด
2.
ทำไมจึงมีภาวะการอักเสบของ Sinuses
ปกติ โพรงอากาศไซนัส (Sinuses) จะมีรูเปิดเรียกว่า Ostium
ซึ่งมีขนาดเล็ก และบางครั้งอยู่สูงกว่าโพรงไซนัส เมื่อใดก็ตามรูเปิดที่อาจเกิดจากการบวมของเยื่อบุจากหวัดหรือภูมิแพ้
ทำให้เกิดการคั้งค้างของน้ำมูกภายในโพรงจมูก ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคทำให้เกิดการอักเสบขึ้น
3.
เมื่อเด็กป่วยเป็นไซนัสอักเสบจะมีอาการอย่างไรบ้าง
อาการไซนัสอักเสบมีได้หลายอย่างแต่บ่อยครั้งที่การวินิจฉัยโรคอื่น
โดยเฉาะไข้หวัดผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่
- มีน้ำมูกไหลข้นเหนียว
- มีเสมหะไหลลงคอกระตันให้เกิดอาการไอโดยเฉพาะเวลากลางคืน
- มีอาการคัดจมูกแน่นจมูก
- ปวดบริเวณรอบๆจมูก หรือหัวคิ้วหน้าผาก
- ในเด็กบางคนอาจจะบ่นว่ามีอาการปวดศรีษะโดยเฉพาะเวลาเช้า
- บ่อยครั้งรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ คล้ายมีไข้
- ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น,บางครั้งการรับรู้กลิ่นจะสูญเสียไป
4. ในเด็กจะพบภาวะไซนัสอักเสบบ่อยแค่ไหน ?
- พบมีปัญหาได้บ่อยวันหนึ่งประมาณ 30% ของประชากร จะเคยป่วยเป็นไซนัสอักเสบ
โดยทั่วไปไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งควรจะหายภายใน
7-10 วัน แต่ถ้าเด็กยังมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเสมหะเขียวอยู่
จะถือว่าเกิดจากภาวะไซนัสอักเสบเฉียบพลันขึ้นโดยส่วนใหญ่
อาการของไซนัสจะดีขึ้นหลังได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
ภายในเวลาไม่เกิน 3 แต่ถ้าเด็กมีอาการอักเสบ ยาวนานมากกว่า
3 อาทิตย์ และยังไม่มีอาการดีขึ้นหลังการรักษาจะถือว่าเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง
ซึ่งทำการรักษายากลำบากกว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลัน เพราะต้องหาสาเหตุชักนำที่ทำให้เกิดขึ้นและแก้ไขภาวะนั้นภาวะไซนัสอักเสบ
เรื้อรังจึงจะหาย
5.
สาเหตุที่ทำให้เกิดไซนัสอักเสบมีอะไรบ้าง?
เราพบว่าไข้หวัดเป็นสาเหตุสำคัญของไซนัสอักเสบเฉียบพลัน
แต่ในไซนัสอักเสบเรื้อรังจะมีสาเหตุจาก ภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้
แกนกั้นจมูกคด มีริดสีดวงจมูกหรือก้อนเนื้องอกในจมูก
ตลอดจนสิ่งแปลกปลอมในช่องจมูก ซึ่งภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดการคั้งของน้ำมูอุดตันรูเปิดของไซนัสจึงทำให้เกิด
ไซนัสอักเสบ เรื้อรังขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยบางคนมีภูมิคุ้มกันบกพร่องก็เป็นสาเหตุอีกอันหนึ่งที่ไม่ควร
จะมองข้ามไป
6. ทำไมอาการปวดไซนัสจึงมีมากขึ้นเวลาเช้าหลังตื่นนอน
เนื่องจากเวลาเรานอนหลับจะเกิดการคั้งค้างของหนองภายในโพรงไซนัส
ประกอบกับมีการคั้งของหลอดเลือดจากภาวะการนอน ทำให้การถ่ายเทของไซนัสไม่ดี
จะเกิดการสะสมของของเหลวเป็นจำนวนมากภายใต้การกดดันภายในโพรงไซนัส
จึงทำให้เกิดการปวดขึ้น
7. การรักษาไซนัสอักเสบทำได้อย่างไร?
หลักการสำคัญการรักษาไซนัสอักเสบ คือการให้ยาปฏิชีวนะ
เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของไซนัสอักเสบ
โดยส่วนใหญ่แพทย์นิยมให้ยาปฏิชีวนะจำพวก Ampicilin และSulfa
ที่ครอบคลุมเชื้อราที่เป็นสาเหตุของไซนัสอักเสบได้ดี
แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมาก่อน
ทำให้เกิดการดื้อต่อยาเหล่านี้ ทำให้แพทย์อาจต้องเหลือใช้ยาปฏิชีวนะที่
ครอบคลุมเชื้อได้มากขึ้น แต่จะต้องมีราคาแพงกว่าดังเช่นกลุ่ม
Augmentin และ Cephalosporin นอกจากนี้แพทย์อาจให้ยา
อย่างอื่นร่วมรักษาด้วยเช่นยาลดบวมของเยื่อบุจมูเพื่อลดอาการคัดจมูก
และอาการบวม ของเยื่อบุจมูก ทำให้น้ำมูกไหลเวียนได้ดีขึ้น
จากช่องจมูก ยาละลายเสมหะ เพื่อลดความเหนียวของน้ำมูก
ลดอาการคั้งค้างของน้ำมูกในโพรงไซนัส น้ำเกลือล้างจมูกเพื่อล้างเอาน้ำมูกและเสมหะที่ค้างอยู่ในช่องจมูกออก
เป็นต้น เพื่อช่วยให้อาการ ไซนัสอักเสบดีขึ้นโดยเร็ว
หรือบางรายแนะนำให้อบไอน้ำ หรือสูดดม Eucalyptus oil
เพื่อลดอาการคัดจมูก ก็อาจจะทำให้
8. จำเป็นต้องกินยาแก้อักเสบไปนานเท่าไร จึงจะหยุดยาได้
?
เนื่องจากยาปฏิชีวนะเข้าไปในโพรงไซนัสไม่ค่อยดีดังนั้นระยะเวลาของการรักษา
จำเป็นต้อง นานมากกว่าปกติ โดยตองได้รับยาปฏิชีวนะอย่างน้อย
10-14 วันในบางราย ที่ไซนัสเรื้อรัง อาจจะต้องให้ยาปฏิชีวนะนานถึง
6-8 สัปดาห์
9. จำเป็นต้องกินยาลดน้ำมูกด้วยหรือไม่
?
ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยกินยาลดน้ำมูก เพราะผลข้างเคียงของยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกจะทำให้เสมหะ
และน้ำมูกแห้งเกิดการคั้งค้างของน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อเสีย
มากกว่าผลดี ทำให้เชื้อโรคเจริญได้ดีขึ้น ยกเว้นจะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุชักนำทำให้เกิด
ไซนัสอักเสบเท่านั้น
10. การทำผ่าตัดโพรงจมูกไซนัส
จะมีความจำเป็นต้องทำมากน้อยแค่ไหน และจะทำเมื่อไร ?
ส่วนใหญ่การรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลัน หรือเรื้อรังมักจะได้ผลมากกว่า
90% เมื่อทำการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะธรรมดา ทำให้การผ่าตัดรักษามีบทบาทน้อยลง
เราจะทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเมื่อการรักษาด้วยยาแล้วผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้น
หรือมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นจากการอักเสบของไซนัส หรือมีโรคพื้นฐานที่เป็นสาเหตุชัก
นำที่ทำให้เกิด ไซนัสอักเสบเรื้อรังขึ้นเช่น ริดสีดวงจมูก,
แกนกั้นจมูกคด หรือปากรูท่อเปิดไซนัสตีบตัน เป็นต้น
11. การผ่าตัดไซนัสทำอย่างไรได้บ้าง ?
ในปัจจุบันแพทย์ หู คอ จมูก จะใช้กล้องขนาดเล็กส่องตรวจเข้าไปในช่องจมูก
โดยไม่เปิดแผลที่จมูกและใบหน้า และจะตรวจดูภาวะต่างๆ
ที่เป็นสาเหตุและ จะผ่าตัดแก้ไขไซนัส อักเสบผ่านทางกล้องขนาดเล็กเหล่านี้
ซึ่งเรียกว่า FESS (Function Endoscopic Sinuese Surgery)
โดยถ่ายทอดออกทางโทรทัศน์ ให้ผู้ป่วยได้มองเห็นไปด้วย
ใช้เวลาทำประมาณ 1-2 ชม. และอาจจะเลือกวิธีฉีดยาชา หรือดมยาสลบก็ได้โดยหลักการรักษาแพทย์จะเอาเนื้อเยื่อ
ี่เป็นอักเสบ และเป็นสาเหตุของโรคออกต้องทำลายเนื้อเยื่อปกติให้น้อยที่สุด
และขยายรูเปิดของโพรงไซนัสอักเสบให้กว้างขึ้นอาการก็จะดีขึ้นตามมา
12. ภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบมีอะไรบ้าง
?
เนื่องจากโพรงไซนัสอักเสบอยู่ไกล้กับลูกตาและสมอง ดังนั้นภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบอาจลุกลามเข้าสู่ลูกตา
ทำให้เกิดลูกตาอักเสบได้ หรือ ลุกลามติดเชื้อ ไปในสมอง
เกิดเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบและฝีในสมองได้ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญ
ถึงแม้จะไม่พบบ่อยก็ตาม ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
13. การป้องกันไม่ให้เกิดไซนัสอักเสบทำได้อย่างไร ?
เนื่องจากไข้หวัดเป็นสาเหตุสำคัญ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัดโดยการออกกำลังกาย
พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลีกเลี่ยง
การคลุกคลี กับผู้ป่วยเป็นไข้หวัด ก็จะลดการเป็นไซนัสอักเสบได้และเมื่อเป็นไข้หวัด
ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาไข้หวัด ถ้าท่านมีประวัติป่วยเป็น
หืดเรื้อรังจากภูมิแพ้ ควรจะต้องทำการรักษา โดยแพทย์ภูมิแพ้เพื่อควบคุมอาการของโรคให้ได้และต้องหลีกเลี่ยงสารที่
ก่อให้เกิด ภูมิแพ้ด้วย เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น นุ่น ขนสัตว์ต่างๆ
เท่าที่ทำได้เพื่อลดอาการของ หวัดเรื้อรัง ในบางคนมีปัญหาคัดจมูกเรื้อรัง
จากเยื่อบุจมูกไวต่อสิ่งระคายเคือง เช่นบุหรี่ ควันรถยนต์
ควันจากการประกอบอาหาร หรือสเปรย์น้ำหอมต่างๆ ก็จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเหล่านี้ด้วย
เพราะจะทำให้เยื่อบุจมูกบวม และเกิดการติดเชื้อตามมา
นอกจากนี้ถ้าพบว่าท่านมีแกนกั้น จมูกคดจนมีอาการ คัดจมูก
หรือริดสีดวงจมูกคดจนมีอาการคัดจมูก หรือมีริดสีดวงจมูก
รวมทั้งสิ่งแปลกปลอมต่างๆในช่องจมูก ควรต้องรีบผ่าตัดแก้ไขภาวะเหล่านั้น
เสียก่อน เกิดไซนัส อักเสบตามมา